17 เมษายน 2548 15:27 น.
แก้วประเสริฐ
เพียงวิมานอารมณ์
ระวีวัลย์ผันแสงแรงเร่าร้อน
แสนอาวรณ์ดวงหทัยให้วาบหวิว
ท้องฟ้าใสใยรักช่างขาดปลิว
สีครามลิ่วทาบทอคลอสีแดง
ตะวันเอ๋ยเคยพะนอล้อเล่นเคล้า
ลมพัดเอาใบไม้ใส่สีแสง
มวลคลื่นซัดซ่านทรายประกายแรง
ช่างแอบแฝงเหลืออยู่สู่ห้วงกาล
สนธยาคราหนึ่งตรึงซึ่งความฝัน
ความผูกพันขันชะเนาะเลาะไพศาล
บัดนี้เล่าเหลือไว้ไกลวันวาน
ช่างร้าวรานบั่นห้วงดวงหทัย
แสงตะวันพลันทาบจับขอบฟ้า
หมู่เมฆาสร้างวิมานดั่งสรวงไศล
แดงเก็จมณีแพรวเพริศเฉิดไฉไล
ลมกระจายเป็นละลิ่วทิวทัศน์แล
ดุจความฝันฉันสร้างวิมานเมฆ
วิไลอเนกเฉกเฉลาเคล้ากระแส
วิญญาณรักมั่นคงจากดวงแด
เหลือเพียงแต่เงารักปลักห้วงจม
โอ้อกเราช่างแย่แม่เจ้าเอ๋ย
สิ่งที่เคยพาดฝันพลันยากสม
เหลือตะกอนห่อนรักดุจเลนตม
ปีนเกลียวปมสุมลึกผนึกตะวัน.
๙๙๙ แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
15 เมษายน 2548 14:56 น.
แก้วประเสริฐ
..๏ วกวนเวียนว่ายเวิ้งว้าง ๚ะ๛
..๏อนิจจาแหวกว่ายเวิ้ง............เคียงกาย
สรรค์สิ่งหวนกลับกลาย.................ยิ่งแท้
นอกในป่วนแปรหาย....................มิมั่น จริงนา
ผันเปลี่ยนยากกอบแก้..................แน่แล้นำสนอง ฯ
..๏ปวงชนหันสู่เคล้า................มากมาย
สุดที่จักเลือนมลาย.......................กอบกู้
เกิดก่อทุกข์กำจาย.......................สุดแต่ กรรมแล
แสนป่วนยากยลสู้.........................กู่ร้องคืนหา ฯ
..๏รักชังวนรุ่มร้อน...................วังเวง
เวียนแต่งรอบกายเอง..................สุ่มสร้าง
เปรียบดุจดั่งเสียงเขนง.................ลอยล่อง ดังฤา
ดูลุ่มหลงมิกระจ่าง........................ส่องหล้าลมแรง ฯ
..๏พลันอนัตตาป่วนล้วน.............ครอบครอง
เปิดแก่นมิสมปอง.........................อ่อนล้า
มิเป็นสิ่งจับจอง.............................เราแน่ ดับแฮ
สูญส่งยากหมายคว้า......................เร่าร้อนเปรียบเปรย ฯ
..๏วางลงคงเปรียบได้...............ขุนเขา
ยึดมั่นจักหนักเบา.........................สู่เนื้อ
ถือคงแต่เพียงเงา.........................รอยต่อ เวรนา
ละสิ่งมวลบาปเกื้อ..........................ห่อนร้างเบาบาง ฯ
..๏สายธรรมนำสู่ห้วง..................ดวงแด
กอบสิ่งมิผันแปร............................สมสร้าง
ผูกเป็นบ่วงมัดแล..........................มิว่าง กาลฤา
กิจส่งพันใจสล้าง............................สู่แคว้นนิพพาน.๚ะ๛
๙๙๙ แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
13 เมษายน 2548 14:51 น.
แก้วประเสริฐ
แรงฤทธิ์เสน่หา
ความพอใจซาบซ่านผ่านห้วงจิต
รอนรึงลิดปลิดสลัดวนเวียนสร้าง
ผูกมัดวางร้างลงอยู่ตรงกลาง
สุดอ้างว้างหลงอยู่สู่ครรลอง
สู้พากเพียรเรียนร่ำพร่ำรำลึก
ยากคลายตรึกผ่อนลงปลงสนอง
วกวนว่ายแหวกแยกแตกเป็นคลอง
เสริมสนองรองรับปรับอารมณ์
ย้อนความคิดจิตภวังค์วงเวียนเวิ้ง
ความระเริงเบิ่งดูคิดสู่สม
ลมระบึงตรึงอยู่บ่ภิรมย์
ล้วนลงปมผูกมัดรัดวิญญาณ
ตรึกตรองลงคงพบแต่ว่างเปล่า
มารุมเร้าสาดซึ่งกึ่งซาบซ่าน
นอกกรอบเขตเฉกเช่นจักรวาล
ดุจดั่งสวรรค์ลงนรกหมกราคิน
สังวาสพบพิศจิตเร้าลุ่มลึก
นำมาตรึกผนึกตรองจนเสียสิ้น
ดั่งสัจธรรมล้ำลึกห้วงอาจินต์
ปรับชีวินผูกมัดรัดฤาไฉน
ความสำเร็จเฉกเช่นดุจความฝัน
บ่วงรอบนั้นพันผูกดุจใยไหม
ยุ่งเหยิงเย้าเว้าเวียนเสียกระไร
สิ่งนี่ไซร้เป็นกฎเกณฑ์เช่นมนตรา.
๙๙๙ แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
12 เมษายน 2548 13:44 น.
แก้วประเสริฐ
วอนสงกรานต์
วันสงกรานต์ไทยสานสืบคงต่อ
เปลี่ยนพอศอขึ้นปีใหม่ไทยถ้วนหน้า
มาบัดนี้เหลือไว้เพียงรอยตรา
ยากนำมาหาฟื้นคืนดำรง ฯ
ยังดีหนอพะนอไว้ให้เราเห็น
ระลึกเป็นวันสำคัญของงานสงฆ์
บังสุกุลผู้มีคุณอย่างมั่นคง
มิคลายลงเทิดไว้ในไทยเรา ฯ
อีกรดน้ำดำหัวเริงละเล่น
อากาศเย็นผ่อนคลายหายร้อนเร่า
สนุกสนานสามัคคีมิบางเบา
ทั้งผู้เฒ่าเด็กผู้ใหญ่สบายใจ ฯ
โปรดคำนึงถึงประเพณีอันก่อนเก่า
อย่าร้อนเร่าตามอากาศจนหวั่นไหว
สงบสตินึกถึงพระอยู่ข้างใน
งานบุญไซร้หาใช่งานขี้เมา.
๙๙๙ แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
11 เมษายน 2548 16:36 น.
แก้วประเสริฐ
แรมพิศวาส
..๏พิลาสแขผ่านห้วง...................ใจคนึง
แสงส่งนวลตราตรึง..............................สุดซึ้ง
โสมร่ำแสนรำพึง..................................ยากยิ่ง ลืมแล
อกป่วนหวนสุดบึ้ง.................................แด่น้องนางเดียว ฯ
ทิวาฉายรัศมีกล้า......................โลมดิน
ลุล่วงโฉมยุพิน......................................แจ่มฟ้า
เคียงรักมั่นชีวิน.....................................ลงบ่วง นางเอย
พึงมั่นหมายสุดล้า..................................แห่ห้อมเวียนวน ฯ
แรมพิศวาสก่อหล้า.......................ดุจจันทร์ เจียวนา
ฮักช่างหวานเทียบอนันต์.........................ก่องน้อง
ทรวงวาบส่านโรมรัน...............................คลึงก่อ เกิดแฮ
โพยมดั่งกลองตีฆ้อง...............................เร่งเร้าคนึงครวญ ฯ
งามเอยชวนใฝ่ซึ้ง.........................ถึงนาง
ทิวาเอ่ยชวนปรางค์.................................ผ่านเจ้า
แขเพียงสบตาพลาง................................ฝากส่ง ใจฤา
ฤทธิ์ที่พาดคลึงเคล้า................................ยากแม้นนำครอง ฯ
ลมโชยพัดผ่านพลิ้ว........................หมายครอง
กระจ่างเพียงหันมอง................................สู่น้อง
โถอกเอ่ยยากปอง....................................หากเปล่ง โลมเฮย
เหมือนดั่งกระต่ายร้อง...............................เหม่อฟ้าโลมดิน ฯ
พิศเงาหวนคลั่งไคล้........................โฉมเฉลา จริงนา
รักบ่หนุนแนบเนา.....................................อู่ให้
ฝากใจแด่นงเยาว์....................................มอบคู่ นางเอย
กอดบ่วงรักหลงไคล้..................................ช่วงห้วงโลมสรวง.๚ะ๛
๙๙๙ แก้วประเสริฐ. ๙๙๙