22 มีนาคม 2556 06:20 น.
สาวภูไท
ขอบคุณภาพประกอบ เคดิต : www.fakhte.com
ปาดน้ำตาจากแก้มแต้มกระดาษ
เป็นประกาศกลอนแปดแผดศัพท์เสียง
ทดความแค้นแทนความช้ำร่ำเจรียง
ท้นเอ่อเพียงอกหักพังคั่งคับใจ.
เสียงแรงออมอารมณ์ข่มความคิด
คำน้อยนิดหนึ่งสะเทือนไม่เคลื่อนไข
ใครจะหมิ่นเมินหมางก็ช่างใคร
นี่ไฉนมาช้ำเพราะคำเธอ.
รักแสนรักภักดีกี่ปีแล้ว
ทุกรอยแนวใจนั้นมั่นเสมอ
เหมือนไม่พอพิสูจน์พูดสิเพ้อ
ไหนจะเอออวยให้เข้าใจกัน.
อารมณ์เอ๋ยโอ้ว่าอารมณ์รัก
หลายเลศนักนึกให้เหนื่อยใจฝัน
เจ็บไม่จำทำลายค่ามาทุกวัน
สารพันพยายามนะความรัก.
ขอบคุณ
แด่น้ำตาปร่าปวดรวดร้าวนี้
และโศกที่สะเทือนใจได้ประจักษ์
รสอารมณ์ขมหวานที่พานพัก
เพิ่มแรงผลักผลิตกลอนขจรขจาย.
น้ำตาหยดหนึ่งนี้มากมีค่า
ประมวลมาเหมือนฝากมากความหมาย
เตือนให้ลุกปลุกให้สู้อย่างผู้ชาย
และระบายลงแต้มแก้มเวลา..
15 มีนาคม 2556 20:31 น.
สาวภูไท
มองแผ่นฟ้าแสนไกลยากไปถึง
ปล่อยคำนึงทบทวนสวนกระแส
โลกยุคใหม่เรรวนช่างปรวนแปร
ไร้เหลียวแลช่วยเหลือเกื้อกูลกัน...
คงมองฟ้ากว้างใหญ่ที่ไกลโพ้น
เหงาพุ่งโชนโหมรมเข้าข่มขวัญ
ชั่วชีวิตปราศโศกี...ฤามีวัน
ครองโศกศัลย์กำซาบจนตราบวาย...
ความเวิ้งว้างถาโถมเร่งโรมรัน
ระแวงหวั่นหดหู่อยู่รอบกาย
เหลียวมองทั่วมีแต่มิตรที่คิดร้าย
ปราศสหาย...ที่รักมอบภักดี...
ยังมองฟ้ากว้างใหญ่แผ่ไพศาล
หนาวแผ่ซ่านจับจิตอยากคิดหนี
หลบหลีกไปให้พ้นคนเหล่านี้
เปลี่ยนวิถี...ทั้งหมดหวังสดใส...
ปลายฟ้านั้นเนิ่นนิ่ง...ทุกสิ่งเงียบ
หนาวเย็นเยียบปวดพร่ายิ่งกว่าใด
ลมปรานแผ่ว...อ่อนล้า...เหว่ว้าใจ
มองเมืองใหญ่อดกลั้นทุกวันมา...
ทอดสายตาเหม่อลอยทิ้งปล่อยล่อง
จำเป็นต้องก้าวไปไขปัญหา
ยามเหนื่อยล้าผ่อนคลายพักสายตา
หมดเวลาหมดลม...คงสมใจ....