26 มีนาคม 2546 19:24 น.
ดาวสีหม่น
อักษรถักสลักทอขอออดอ้อน
อารมณ์อ่อนวอนเว้าเจ้าหวามไหว
วจีหวั่นกลั่นอักษรกลอนแทนใจ
จักหวังให้ใครคนหนึ่งซึ่งคือเธอ
ถึงจอมโจรคนดีสุดที่รัก
ร้อยเล่ห์นักลักปล้นใจไปเมื่อเผลอ
พระพรหมพาลเพียงพบพักตร์รักแรกเจอ
จินตเพ้อเพียงแรกพบสบสายตา
ตกภวังค์วังวนคนเจ้าเล่ห์
รอยเกเรที่ฝากไว้ให้รักษา
แสร้งแง่งอนสอนให้ง้อพ่อขวัญตา
แต่ขอว่าฉันง้อใครไม่เคยเป็น
ปักใจเชื่อหรืออย่างไรว่าไม่รัก
รู้มากนักรักที่ให้อาจไม่เห็น
หากบอกรักก็บอกแล้วพูดไม่เป็น
เปลี่ยนคำเช่นเป็นกานท์กลอนออดอ้อนแทน...
19 มีนาคม 2546 18:24 น.
ดาวสีหม่น
นอนมองดาวดาวพร่างพราวบนฟากฟ้า
แล้วหลับตาตาหลับฝันอันแสนหวาน
อยากจะหลับหลับอย่างนี้นานแสนนาน
อยากจะลืมลืมวันวานกาลเวลา
อยากจะขอขอได้ไหมไม่อยากตื่น
ในค่ำคืนคืนนี้ที่ถวิลหา
แสนสุขสมสมฤทัยในนิทรา
ลูกขอลาลาลับไปในราตรี
ขอได้โปรดได้โปรดช่วยด้วยเถิดหนา
ขอเวลาเวลาหยุดเพียงเท่านี้
จะไม่ขอขอผันผ่านกาลราตรี
ขอหยุดที่ที่คืนนี้นิจนิรันดร์...
13 มีนาคม 2546 18:05 น.
ดาวสีหม่น
เจ้าตัวเล็กอ้าปากยาวหาวหวอด-หวอด
แล้วมาออดอ้อนแม่ให้แลเหลียว
ว่าจะไม่ยอมใจอ่อนให้แล้วเชียว
แต่เจ้าเซี้ยวออดอ้อนจนอ่อนใจ
ว่าไงจ๊ะจะนอนแล้วหรือยังลูก
แม่จะผูกไกวเปลเห่กล่อมให้
จึงผสมนมห่มผ้ากอดยาใจ
แล้วเริ่มร่ายเล่านิทานเมื่อนานมา
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองใหญ่
เจ้าสงสัยจึงถามขึ้นว่าแม่จ๋า
ทำไมต้องกาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมา
แม่ตอบว่าเวลานั้นผ่านมานาน
เจ้าลูกน้อยส่ายหัวระรัวบอก
แม่น่ะหลอกหนูเล่นอย่างฉะฉาน
เวลานั้นผ่านอย่างไรมาเนิ่นนาน
ก็หนูคลานเกิดมาได้แค่สามปี
โอ้แม่คุณแม่ทูนหัวของแม่เอ๋ย
เพียงเจ้าเอ่ยออกมาแม่ยาหยี
ช่างพูดนักต้องทำโทษสักหนึ่งที
แม่ตัวดีกอดคอเคียงเอียงแก้มคอย...
10 มีนาคม 2546 17:54 น.
ดาวสีหม่น
เหนื่อยล้า..ขอหลบหลีกงาน
กับวันวาน...ชีวิตที่สับสน
และชีวิตประจำวันอันเป็นวังวน
ที่ฉันสู้ทนมันเรื่อยมา...
ณ เส้นทางสายเก่า
ทุกครั้งที่เศร้าและอ่อนล้า
ถือเป็นเส้นทางที่ช่วยซับน้ำตา
กับบางช่วงเวลาที่เหนื่อยใจ
อากาศร้อนอบอ้าว
ร่างกายพาใจที่ปวดร้าวไปไหน-ไหน
เหมือนคนไร้จุดหมาย มองทุกสิ่งที่ว่างเปล่ามันเรื่อยไป
จนแสงแดดรำไรให้เหนื่อยล้าจนหมดแรง..................
5 มีนาคม 2546 18:34 น.
ดาวสีหม่น
แสงเรืองรองของดวงดาวพราวระยับ
เมฆสลับสียวนตาอมฟ้าใส
สายรุ้งโค้งคั่นระหว่างทางยาวไกล
ก้าวข้ามไปบนเส้นทางกลางดวงดาว
เหมือนร่างน้อยลอยละลิ่วปลิวละล่อง
บนละอองฟองละมุนอุ่นไอขาว
เกล็ดน้ำค้างพรายพร่างลงส่งยิ้มพราว
สะเก็ดดาวโอบอุ้มประทุมพร
ริมทางเดินที่ผ่านม่านสายหมอก
ลมระลอกไหวเริงร่าท้าสิงขร
ดอกไม้งามเอนหลบลู่หมู่ภมร
ใบบัวบอนบานยวนตากว่าทั้งปวง
นี่น่ะหรือฤาเมืองฟ้าเวหาหน
ฤาร่ายมนต์กลหลอกเล่ห์สเน่ห์บ่วง
แม้เพียงพบติดประทับจับในทรวง
ดินแดนสรวงไกลแสนอยู่แดนใด...