ค่ำคืนหม่นฟ้าเวิ้งนองเจิ่งน้ำ ล่องลำนำเรือยนต์บนธารไหล บนถนนเคยเที่ยวเคี้ยวคดไกล แปรเปลี่ยนไปเป็นคลองสองฝั่งทาง สองฟากฝั่งคลองสองน้ำนองหลาก ธารเชี่ยวกรากท่วมท้นจนหมองหมาง ชำระกรรมผองชนจนเจือจาง ทั่วทุกบางจมหายภายใต้ชล ล่องเรือผ่านเทวษทุกข์ธารรุกเข้า กลืนเมืองเอาแทบสิ้นทุกถิ่นหน พรจากฟ้าครานี้มากพิกล พรากผู้คนจากเคหาจำลาไกล ท่ามความมืดอับแสงลมแรงพัด สายธารซัดผองชนเกินทนไหว ทิ้งถิ่นฐานอพยพหลบเภทภัย เดินแหวกในสายชลบนทางจร แววตาเศร้าเคล้าวิตกระหกระเหิน ร่วมเผชิญเคราะห์กรรมจำทอดถอน ดั่งกรุงแตกแหวกว่ายในสาคร เฝ้าวิงวอนฟากฟ้าให้ปราณี บ้างนั่งเรือ, ลอยคอ บ้างถ่อแพ บางคนแค่ห่วงยางนำร่างหนี บ้างเดินฝ่าสายชลล้นวารี แทบจมศีรษะตนพ้นแค่คอ บ้างจูงลูกจูงหลานซมซานหนัก บางคนรักหมาแมวแจวเรือปร๋อ บรรทุกสัตว์เต็มลำน้ำตาคลอ มิทดท้อต่อชะตาฝ่าเกลียวคลื่น หมู่บ้านสองข้างทางแทบร้างสิ้น ทั่วแผ่นดินน้ำนองมองสุดฝืน เพียงเดือนดาวพราวฟ้าคราค่ำคืน ที่หยิบยื่นแสงมาคราวิกาล วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ คำพุทธิตรัสสอนทอนสังหาร ความทุกข์ด้วยความเพียรเวียนแผ้วพาน ด้วยจิตหาญมิหวั่นพรั่นสะพรึง มองสายน้ำตามทางอ้างว้างจิต ไปเถิดมิตรน้องพี่ที่คิดถึง สู่หนทางแห่งใหม่ไร้คลองบึง ไกลคลองหนึ่งคลองสองล่องนาวา ดั้นด้นเถิด...ดั้นด้นก่อนชลโถม รุกชโลมซ้ำอีกปลีกสังขาร์ ถุงยังชีพจำเป็นเร้นกายา รอวันหน้าฟ้าใหม่ได้พบกัน ขอพระแม่คงคาชลาศัย โปรดอภัยในบาปอาบมหันต์ ความบริสุทธิ์แห่งแม่แผ่คุณอนันต์ เจือจุนส่ำสัตว์นั้นอย่าผันแปร เพียงความเขลาอวิชชาแห่งมานุษ จึงรั้งฉุดแม่มาพากระแส ท่วมธรณีหลากล้นท้นดวงแด เพียงหมายแค่ปลุกชนค้นหาธรรม ข้าขอน้อมศิโรราบล้างบาปเคราะห์ หมายธารเซาะล้างชุบอุปถัมภ์ แม้ตกตายมิเสียดายหมายชีวัน เพียงมุ่งมั่นจิตพิสุทธิ์สู่พุทธภูมิ...
30 ตุลาคม 2554 08:52 น. - comment id 1213212
เมืองร้างในเมืองรัก.. ไร้หลักจักหักล้าง เมืองรักจำหักวาง ปล่อยเลยร้างกลางสายชล.. บ้านน้ำท่วมไม่สนุกสักกะนิด...
31 ตุลาคม 2554 06:00 น. - comment id 1213295
ด้วยวิสัย ของน้ำ ตามกระแส ย่อมแน่วแน่ ไหลลง ตรงที่ต่ำ ก็เสมือน สัตว์โลก ย่อมตามกรรม โปรดจงทำ ใจรับ ไปกับมัน
31 ตุลาคม 2554 09:25 น. - comment id 1213308
ล้างโลกหรือเปล่าคะ
1 พฤศจิกายน 2554 13:39 น. - comment id 1213409
เห็นภาพกันเลยทีเดียว
4 พฤศจิกายน 2554 10:53 น. - comment id 1213740