ก่อนอื่นขอท้าวความไปสมัยก่อนตอนที่ยังเป็น ละอ่อนใหม่ๆในเวบ ต้นมีนาปี 44 เราก็ได้เข้ามาเวบไทยโพเอ็มครั้งแรก ใหม่ๆก็เข้ามาอ่านเฉยๆก็มีความสุขแระนานไปก็อยากจะลองโพสผลงานดูบ้างแต่ก็ยังหวั่นๆอยู่ว่าจะไม่มีคนอ่าน แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวโพสกลอนบทแรกไป...ผลก็......มีคนเข้ามาอ่านน้อยมาก...แต่ในจำนวนคนที่เข้ามาอ่านนั้น ทุกคนให้กำลังใจเลยทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยก็เลยมีไฟอยากแต่งกลอนบทใหม่มากขึ้น และรู้สึกรักผูกพันกับไทยโพเอ็มและเพื่อนนักเขียนในไทยโพเอ็มขึ้นเรื่อยๆช่วงนั้นก็จะรู้สึกว่าชีวิตมีสีสันและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้ามาในไทยโพเอ็ม แม้บางครั้งจะไม่ได้โพสกลอนก็จะเข้ามาวิ่งเล่นอ่านผลงานของเพื่อนๆคนอื่นเสมอ แต่ชีวิตใช่จะมีความสุขเสมอไป ก็เป็นนักเขียนสมัครเล่นธรรมดาคนหนึ่งที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องงานเขียนและบางคนก็ใช้คำพูดแรงๆโพสลงมาและทำให้บั่นทอนกำลังใจลงไปได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ได้กำลังใจมากมายจากเพื่อนๆในไทยโพเอ็มช่วยมาเติมเต็มความรู้สึกที่กำลังขาดหายนั้น ทำให้เข้มแข็งขึ้นและเริ่มคิดว่าเพราะอะไรเราถึงถูกคนวิจารณ์ทั้งๆที่เราก็ตั้งใจทุกครั้งเวลาเขียนกลอน...แต่เราคงเข้าข้างตัวเองไม่ลงถ้าหากลองมองย้อนกลับไปอ่านผลงานเก่าๆที่เคยโพสไว้ ก็จะรู้ว่าเรายังอ่อนด้อยประสปการณ์จริงๆแต่ข้างในเราก็รู้สึกลึกๆว่าทำไมต้องเล่นแรงขนาดนี้ติเพื่อก่อ กันเป็นมั๊ยจนอยากจะเจ๊ย...ไม่ใช่อย่างงั้น...จนบางครั้งเราอยากจะปิดหูปิดตาตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไป...แต่ถ้าทำอย่างงั้นจะได้อะไรล่ะ...นอกจากจะไม่พัฒนาตัวเองแล้วยังเป็นอย่างที่เค้าว่าจริงๆอีก...เราก็เลยรู้สึกว่าอยากจะลองดูอีกสักตั้งก็เลยตั้งใจกลั่นกรองงานมากขึ้น คิดมากขึ้นก่อนจะโพส...แต่ก็คงยังไม่ดีพออยู่ดี...แต่คราวนี้ถึงจะโดนใครวิจารณ์ขนาดไหนเราก็ไม่เคยท้อเลยตรงกันข้ามเราลุกขึ้นเพื่อ...แหะ...ไม่ใช่อย่างที่เห็น...กล้าเผชิญหน้ากับความจริงและกล้าตอบโต้คนที่เข้ามาวิจารณ์อย่างไร้มารยาทหรือไม่มีเหตุผล....อย่างไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อนแต่ก่อนที่จะโพสอะไรไปเราก็ต้องไตร่ตรองและ เตือนตัวเองก่อนว่าอย่าใช้อารมณ์ถ้าบางทีรู้สึกเบื่อๆก็ผลุบๆโผล่ๆบ้างหรือหายไปบ้างในช่วงนั้น...เคยหายไปนานเกือบ3ปี แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลข้างต้นหรอก คงเพราะเราได้ทำอะไรใหม่ๆมีสิ่งให้คิดให้รับผิดชอบมากขึ้นจึงปล่อยสมองด้านจินตนาการขึ้นสนิมไป จนวันหนึ่งเมื่อเรากลับมาอีกครั้งก็รู้สึกว่าบ้านกลอนเปลี่ยนไป...แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น...ที่เห็นได้ชัดคือ...มีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น มีนักกลอนฝีมือดีที่ทั้งอายุน้อยและอายุมาก ที่มีหลากหลายแนวคิด และมีลูกเล่นมากขึ้นในเวบ ก็รู้สึกดีใจไปกับ ปีกฟ้าด้วย ที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ เมื่อก่อน ปีกฟ้าจะคอยสะสางปัญหาในเวบ จนบางครั้งรู้สึกถอดใจแทนแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่า เมื่อหัวขบวนไม่หยุดแล้วท้ายขบวนจะหยุดเพื่ออะไร...ต่างคนต่างก็มีความฝัน ความคิด และความชอบ ทั้งเหมือนกันและไม่เหมือนกัน มีทั้งนักเขียนที่มีฝีมือติดตัวมาก่อนแล้วหรือเรียกอีกอย่างว่า พรสวรรค์ หรือนักเขียนมือใหม่ที่ตั้งใจมาเสาะแสวงหาความรู้เอาข้างหน้า หรือเรียกอีกอย่างว่า พรแสวงถ้าหากได้รับคำแนะนำ ดีๆจากผู้รู้ หรือคนที่เก่งกว่าก็จะสามารถพัฒนาได้... แต่ถ้าโพสครั้งแรกแล้วอาจจะทำไม่ถูกไม่ควรไปบ้างหรือเรียกอีกอย่างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์...ไม่มีใครที่เป็นผู้รู้หรือนักเขียนที่อยู่มาก่อนคอยชี้แนะหรือตักเตือนอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้น หรือบางคนที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าและตั้งใจอย่างเต็มที่ในการเข้ามาเรียนรู้เกิด จิตตกและเสียกำลังใจไป เพราะอาจถูกเหมารวมไปด้วยว่าเป็นนักเขียนมือใหม่ที่ไม่ใส่ใจกฏระเบียบ หรือ มารยาทในการลงกลอน คงจะมีหลายคนที่ถอยหลังกลับแทนที่จะก้าวไปข้างหน้าและเริ่มเรียนรู้อย่างที่ตั้งใจแต่แรก... ถ้าเป็นอย่างนั้นคงน่าเสียดายไม่น้อย...หวังว่านักเขียนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัยและใส่ใจกฏระเบียบ...สิ่งไหนที่คนติงมาลองมองย้อนกลับดูว่าเป็นเช่นนั้นจริงมั๊ยถ้าไม่ยากเกินไปคงสามารถปรับและแก้ไขได้เนาะ..พบกันครึ่งทางนะพี่น้องผองเพื่อนบ้านกลอนไทย ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ
29 มิถุนายน 2550 16:34 น. - comment id 96744
ใช่ค่ะ เรารักที่นี่กันทุกคน พึงให้โอกาสซึ่งกันและกัน นะค่ะ ไว้เป็นที่เก็บความทรงจำดีดี ของแต่ละคนค่ะ
29 มิถุนายน 2550 17:27 น. - comment id 96745
เห็นกระทู้แนวนี้หลายกระทู้แล้วละครับ อย่างที่คุณโคลอนว่า เดี๋ยวนี้บ้านกลอนไม่เหมือนเดิมเปลี่ยนไปในด้านที่ดีขึ้น หลายๆอย่าง และมีบางอย่างที่อาจดูขัดตา ขัดใจใครหลายคน บางคนอาจจะลืมไปครับว่าเวปไทยโพเอมเป็นเวปสำหรับ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง หรือว่าคงลืมไปว่ากลอนเขียนอย่างไร มีข้อบังคับอย่างไร หรือ อาจไม่รู้เขียนตามแบบที่อ่าน ผิดบ้างถูกบ้าง ก็ว่ากันไป คุณโคลอนอยู่ในเวปมานาน เรื่องความขัดแย้งมีอยู่เยอะแยะ หลายครั้งหลายหน มีทั้งไล่กันทางอ้อม ไม่ทั้งบีบ ลงกลอนไล่กลอน สารพัดวิธีการ จนหลายต่อหลายคนหายหน้าไป และอีกหลายคนเบื่อหน่าย ในหลายๆอย่าง ...ใครจะไป จะมา จะลา หรือจะจาก ก็สุดแท้แต่เขาหรือเธอเถอะครับ ...อยู่ที่หัวใจของแต่ละคนมากกว่า...
29 มิถุนายน 2550 19:16 น. - comment id 96746
ขอบคุณนะคะ ***กชมนวรรณ***เรไร***ที่เข้ามาฝากข้อคิดเห็น... คิดถึงบรรยากาศเก่าๆก็คิดถึงอยู่แต่ทำไงได้ในเมื่อโลกยังหมุนอยู่ทุกวันเราก็คงต้องหมุนตามโลกให้ทันจริงมั๊ยกำลังใจจากคนแปลกหน้าที่ไม่ต้องซื้อหาค่ะ
29 มิถุนายน 2550 19:31 น. - comment id 96747
ดีจ้า คุณโคลอน...... สำหรับเจน ก้อเคยคิดจาไปเหมือนกันเมื่อครั้งหนึ่งซึ่ง "แพ้ใจ"ตัวเอง ..... กับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา..... แต่ก้อตัดใจไม่ได้อ่ะน๊ะ ก้อที่นี่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว แม้อะไรจะเปลี่ยนไป แต่ก้อคงไม่เปลี่ยนใจจากที่นี่ อิอิ
29 มิถุนายน 2550 20:34 น. - comment id 96748
ผม แดนไกล ไลบีเรีย เข้ามาที่นี่ประมาณปี 48 ตอนนั้นอยู่ช่วง ม.3 อ่ะครับ เข้ามาแต่งกลอน ช่วงแรกๆ (ไม่ได้เรื่อง ผิดฉันทลักษณ์ มั่วซั่วจริงๆ) แต่ผมก็มีความตั้งใจ เขียนต่อไป แล้วพยายามอ่านบทกวีของกวีท่านอื่นๆ ได้ความรู้มากมาย รวมถึงแนวความคิด เทคนิคและทักษะ ช่วงนั้น เป้นช่วงที่มีนักเขียนหรือคนอยากเขียนที่มีผลงานดีๆ มากมาย ผ่านไป สองปี ตอนนี้ผมอยู่ ม.5 เวลาผ่านไปเร็ว ไทยโพเอม ก้อเปลี่ยนไปเร็วเหมือนกัน บทกลอนดีๆ จะมีอยู่สักกี่บทในหน้าแรกหนอ ??
29 มิถุนายน 2550 21:45 น. - comment id 96750
นู๋ไม่อยากให้ใครไปไหนเลยสักคน เพราะนู๋ไม่อยากรู้สึกว่านู๋สูญเสียเหมือนที่นู๋เคยรู้สึกมาก่อน เพราะมันเหมือนพี่น้องอยู่ในบ้านที่เจอกันทุกวันแล้วอยู่ อยู่มาหายไป ใจมันหายและคิดถึง บางทีเห็นนามปากกาเก่าเก่าบางคนแวะมาก็ทำให้อดคิดถึงอีกคนนึงไม่ได้ และหลายหลายครั้งที่เห็นใครต่อใครมาลา ไม่ว่าวันนั้นงานยุ่งแค่ไหนหนูก็ต้องหาเวลาแว๊ปมา ฝากข้อความไว้ อย่างน้อยน้อยก็อยากให้คนคนนั้นรู้ว่าเราอยากให้เค้าอยู่ต่อ เพราะที่นี้เป็นบ้านอีกหลังของนู๋ เป็นที่ที่นู๋หลบมาอยู่เวลานู๋อยากได้กำลังใจ และแวะมาตอนสบายใจ ... ที่นี่นู๋ได้เจอมิตรภาพอย่างที่พี่ว่า กำลังใจจากคนแปลกหน้าที่ไม่ต้องซื้อ และนู๋ก็ยังอยากรักษามันไว้ให้นานที่สุด
30 มิถุนายน 2550 00:17 น. - comment id 96754
สวัสดีค่ะ ..คุณโคลอน หนูไม่ได้เขียนกลอนลงที่บ้านกลอนหรอกนะค่ะเพราะว่าหนูไม่มีความสามารถทางด้านนี้ แต่หนูจะชอบเข้ามาอ่านบ่อยๆทุกวันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เราแต่งกลอนไม่เป็นแต่ชอบอ่านกลอน ก็เลยเข้ามาอ่านและชื่นชมทุกคนค่ะที่เอากลอนมาลงไว้ ก็อยากให้บ้านกลอนพัฒนาต่อไปค่ะ อยากให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเหมือนที่คุณว่าแหละค่ะ เมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ความคิดเห็นก็ต่างกันไปมากขึ้น แต่อยากให้สมาชิกทุกคนมีเป้าหมายเดี๋ยวกันคือ ทำเพื่อนบ้านกลอนของเรานะค่ะ
30 มิถุนายน 2550 09:21 น. - comment id 96757
% 36%% 36%% 36%
30 มิถุนายน 2550 09:42 น. - comment id 96758
ขอบคุณนะคะ ***เจน_จัดให้***แดนไกลไลบีเรีย***ทะเลใจ***ความคิดเด็กๆอามีน***nig*** ปล.ส่วนใหญ่ความขัดแย้งมักจะเกิดมาจากการสื่อสารที่เข้าใจไม่ตรงกัน สังเกตุมาหลายครั้งแล้วที่มีหลายคนเลือกใช้คำว่า...***บทกลอนหน้าแรก***...ซึ่งมันทำให้บางคนที่ตั้งใจโพสกลอนและมีฝีมือรู้สึกได้กับคำนี้ เหมือนกับกำลังถูกเหมารวมไปด้วย...ทั้งๆที่บางคนอาจจะหายไปนานเพิ่งกลับมาโพส หรืออะไรก็แล้วแต่...ไม่อยากให้เน้นคำนี้อ่ะค่ะ...เพราะสำหรับตัวเองแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรหากกลอนที่โพสไปจะถูกดันลงไปอยู่หน้า2หน้า3อย่างรวดเร็ว...แต่ถ้าเพื่อส่วนรวมแล้วคนที่ติติงมาก็พูดถูก...แต่คำว่า ***บทกลอนหน้าแรก***นี่มันก็เป็นชนวนให้หลายคนน้อยใจได้เหมือนกันนะ....ฝากไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ไว้มีเวลาจะเข้ามาตอบอีกค่ะ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเนาะ
30 มิถุนายน 2550 11:47 น. - comment id 96759
สวัสดีคร้าคุณ โคลอน น่ารักจัง มีเจ้าหัวหอมด้วย อิอิ แพรวก็เข้ามาไม่นานค่ะ เมื่อก่อนแต่งกลอนเปล่าแบบเด็กๆ แต่มาเอาจริงตอนมาที่นี่ เริ่มเขียนกลอนที่ถูกต้อง (แม้จะหาสาระไม่ค่อยได้ เนื่องจากภูมิน้อย) เริ่มอ่านโคลงฉันท์ ที่พวกพี่ๆแต่ง เอามาฝึกตัวเอง ที่นี่อบอุ่นมากค่ะ เข้ามาครั้งแรกรู้สึกได้เลย ทุกวันนี้แทบจะเรียกว่าขาดไม่ได้ ผูกพันอย่างบอกไม่ถูก เวลาที่ท้อที่ล้า ก็มีกำลังใจจากที่นี่ แม้มองไม่เห็น แต่ก็อบอุ่นและมีความสุขค่ะ เป็นที่พักพิงใจอย่างดีเลย บางทีคนที่เห็นหน้ากันก็ไม่ทำให้รู้สึกดีเท่า ถ้อยคำจากปลายปากกา (ปลายนิ้ว) ที่ได้จากที่นี่ ไม่ขอพูดเรื่องร้ายๆค่ะ ชอบที่จะพูดเรื่องดีๆของบ้านกลอนไทย ชอบที่จะอวดเพื่อนๆว่าที่นี่ดียังไง ขอบคุณค่ะ ขอบคุณบ้านหลังนี้จริงๆ ขออยู่อย่างมีความสุข ในมุมเล็กๆก็พอ ขอบคุณคุณโคลอนค่ะ ที่โพสเรื่องนี้
30 มิถุนายน 2550 12:16 น. - comment id 96760
ขอบคุณ เพียงแพรวด้วยที่เข้ามาอ่าน...หัวหอมน้อยน่ารักเนาะ...มีอีกเยอะเลยเดี๋ยวพาไป...อิอิ เวบนี้เลยค่ะhttp://onion.exteen.com/20061019/emotion-64-1
30 มิถุนายน 2550 13:24 น. - comment id 96761
ฉันเป็นอีกคน ที่เข้ามาในบ้านกลอนเพื่อเริ่มนับหนึ่ง ค่อยๆเริ่มที่จะสร้างสรรค์คุณค่าในวรรณลักษณ์ของตัวเอง ฉันไม่แน่ใจว่าทำไม ถึงต้องถอดใจ ในเมื่อกระทู้ที่ใครคนหนึ่งตั้งนั้น ไม่ได้ด่าถอหรือขับไถ่ไสส่ง อีกทั้งก็ไม่เห็นมีส่วนใดของกระทู้ที่ว่ามีใครแต่งกลอนไม่เอาอ่าว ฉันก็เป็นอีกคนที่โดนติเรื่องงานมาก่อน และแน่นอนเหมือนกัน ฉันเถียงและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ฉันจึงไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหนที่ละเลยคำของผู้ที่รู้มากกว่า หรือผู้ที่หวังดี ฉันถึงได้กลับมานั่งเสียดาย ถ้าตอนนั้นฉันรับฟังคนอื่นๆฉันคงจะแต่งกลอนได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่ถึงจะเป็นยังไง ฉันก็ยังรู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่ตัวเองไม่ตัดสินใจหนีปัญหาทั้งๆที่ปัญหานั้นมีทางแก้มากมาย ฉันรู้ว่าความรู้สึกของคนที่พยายามสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆแต่กลับโดนคำตินะเป็นยังไง แต่จะไม่ดีกว่าหรือ ถ้านำเอาคำตินั้นมาปรับปรุง แค่ลงกลอนที่ขัดเกลาแล้ว ที่คิดว่าดีที่สุดแล้วนำมาลง ส่วนอันที่ยังไม่ได้ก็เก็บเอาไว้ก่อน แค่ใช้ตัวอักษรที่เข้าพรรคเข้าพวก ที่จะทำให้ดูมีระเบียบ แค่นั้นเอง ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องพวกนี้ทำยากสักนิด
30 มิถุนายน 2550 13:49 น. - comment id 96762
ขอบคุณนะคะ ***จันทิรา***ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่เหตุผลที่เขียนเรื่องสั้นนี้ขึ้นมาไม่ได้จะเป็นการสวนกระแสหรือต่อต้าน กระทู้ ของ กวีปกรณ์ หรือ คนที่ติติงเรื่องมารยาทในการลงกลอนในไทยโพเอ็มแต่อย่างใดค่ะ(ขออนุญาตพาดพิงนะคะ) ตรงกันข้าม โคลอน ก็คิดว่า เค้าพูดถูก เพียงแต่เหตุการณ์ข้างบนที่เล่ามาเป็นเรื่องที่ตัวเองประสบมาก่อนและอาจจะมีเพื่อนนักเขียนท่านอื่นกำลังเผชิญอยู่จึงอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกันเท่านั้นเองไม่ได้หมายถึงว่า กระทู้ของกวีปกรณ์ที่ติติงมาเป็นการขับไล่ไสส่งด่าทอหรือว่ามีใครแต่งกลอนไม่เอาอ่าว...เพราะสิ่งที่ต้องการสื่อก็แค่...ทุกสังคมมีความเห็นที่แตกต่างทั้งดีและไม่ดี เหมือนและไม่เหมือน...หรือแม้กระทั่ง สุภาพและไม่สุภาพ...ให้เกียรติซึ่งกันและกัน...ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นที่เท่าเทียมกัน... หรือ โคลอน อาจจะผิดเองที่บอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองเคยประสบมาและอยากแค่ให้กำลังใจคนที่อาจจะเจอแบบเดียวกัน...และประเด็นนี้มันก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น...ไม่อยากให้มองว่าการตั้งกระทู้หรือหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูดเป็นการต่อต้านกัน แค่อยากให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นทั้งคนอ่าน หรือคนเขียนได้มาช่วยกันจับประเด็นว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างและข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นสามารถพบกันครึ่งทางได้มั๊ย...เท่านั้นเองค่ะ...
30 มิถุนายน 2550 18:26 น. - comment id 96764
สวัสดีค่ะ พี่โคลอน ดอกบัวเข้ามาในเว็บบ้านกลอนไทย เมื่อสักประมาณเท่าไรบัวต้องกลับไปดูใหม่ เพราะบัวไม่เคยสนใจกับสิ่งนี้เรยค่ะ แต่สิ่งที่บัวสนใจและมาเก็บเกี่ยวในนี้ คือบทกลอน ร้อยแก้ว ร้อยกรอง ที่เพื่อนๆ พี่ๆ ฝากผลงานให้กับทุกท่านที่สนใจ มาศึกษาหาความรู้ หาประสบการณ์ เรียนรู้วิธีการเขียน การสื่อ ความหมาย ของบทนั้นๆ และยังได้ซึ้งใจกับพี่ๆเพื่อนๆทุกท่าน ที่รู้จักมั๊กคุ้นกันคุยแลกเปลี่ยนปลอบโยนซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือแบ่งปันร่วมบุญสร้างกุศลด้วยกัน ในบางครั้งความแตกต่างย่อมเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วค่ะ แต่บัวก็คิดว่าเป็นเรื่องปรกติในสังคมที่อยู่รวมกลุ่มกัน ย่อมมีบางแต่บัวก็มองเห็นว่า สังคมตรงนี้ก็พยายามจุนเจือหันหน้าเข้ามาร่วมกันแก้ไขอยู่แล้ว บัวยังชอบเข้ามาอ่านมาเรียนรู้มาหาสิ่งที่ดีๆ ที่พี่ๆเพื่อนๆ ได้มาถ่ายทอดผลงานทิ้งไว้ให้อ่าน โดยมิต้องเสียเงินไปหาซื้อที่ไหนเรย ในบางครั้งการติเพื่อก่อก็เป็นกระจกสะท้อนเงาให้เราได้มองเห็นความผิดพลาดของตัวเราได้ค่ะ ในความรู้สึกของบัวถ้าเราทำสิ่งไม่ดีแล้วไม่มีใครมาชี้ให้เราเห็นสิ่งผิดตรงนั้นเราย่อมไม่รู้อะไรเรยเพราะเราก็เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว คนที่เข้ามาเตือนตัวเราให้เราได้มองเห็นเขาคนนั้นมีพระคุณกับเราอย่างล้นเหลือ ที่ไม่ปล่อยให้เราเดินหลงทางค่ะความคิดของบัว และเราต้องรับกับสิ่งใหม่ๆคนใหม่ๆที่ยังไม่รู้จักเพื่อมาแบ่งปันความรู้ ให้ทุกท่านได้ก้าวเข้ามาเรียนรู้หาประสบการณ์ และแนะนำกฏระเบียบช่วยเหลือกันสานสัมพันธ์ ตรงนี้อบอุ่นเสมอเวลาบัวเข้ามา บัวยังรักและเคารพพี่ๆหลายท่านยังผูกพันกับเพื่อนๆตรงนี้เสมอมา ตรงนี้ให้บัวได้ศึกษาเพื่อเรียนรู้กับการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ บัวเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับความรู้สึกของบัวค่ะ บัวขอให้พี่โคลอนมีความสุขค่ะ
30 มิถุนายน 2550 20:30 น. - comment id 96767
แอบเข้ามาอ่านค่ะคุณโคลอน กำลังใจดีดีมีอยู่เสมอค่ะ อย่าท้อนะคะ ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง แต่ยังคงคิดถึงกันเสมอค่ะ แม่มดใจร้าย...เสมอ(อิอิ)
1 กรกฎาคม 2550 14:00 น. - comment id 96769
สวัสดีค่ะ ***ดอกบัว***แม่มดน้อย***ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ คิดว่าเน้นเอาฮาแล้วกะเอาหัวหอมน้อยมาประกอบจะได้ซอฟๆแล้วนาเนี่ย...ถ้าทำให้ใครเข้าใจผิดไปก็ขออภัยด้วยแล้วกัน.. .เพราะคนเราประสปการณ์ในชีวิตไม่มีใครเหมือนกันหรอกค่ะ แม้กระทั่งในบ้านกลอนไทยแห่งนี้...ความรู้สึกหรือประสปการณ์ที่แต่ละคนพบเจอก็ไม่เหมือนกันซะทั้งหมดหรอกจริงมั๊ย...ขนาดคนที่ว่ารักกันๆถ้าหากเอามาชั่งตวงวัดน้ำหนักของคำว่ารัก ยังไม่เท่ากันเลย ยกตัวอย่างนักเขียนในไทยโพเอ็ม ก็ได้ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยจะได้นึกภาพออก บางคนไม่เคยโดนติ หรือว่าเลย เพราะอะไรคะ ก็เพราะเขามีดีในตัวอยู่แล้ว มีพรสวรรค์ อยู่แล้ว บางคนโดนทั้ง ติ ทั้ง ชม แต่ก็เป็นการติเพื่อก่อ อันนี้เข้าใจได้ และคำชมก็คือกำลังใจให้ก้าวต่อไป คนนี้จะโชคดีหน่อยที่ไม่ต้องเสียความรู้สึกและพร้อมจะพัฒนาเป็นนักเขียนที่เก่งได้ในอนาคตเจ๊ย...อีกแระ.. ไม่ใช่...อิอิ บางคน โดนทั้ง ติ ทั้ง ชม ทั้ง ด่า ทั้ง ไล่ อาจจะทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ บางคนก็เลือกที่จะเดินจากไป บางคนก็เลือกที่จะปักหลักยืนหยัดสู้...และคงไม่ผิดใช่มั๊ยคะ หากเขาหรือ เธอ จะแสดงออกซึ่งเสรีภาพทางความคิดซึ่งอาจจะ ออกมาในรูปแบบของ กลอน หรือ กระทู้ หรือแม้กระทั่ง เรื่องสั้น ก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน บางคนไม่มีแม้ใครสักคนที่จะเข้าไป ติ ชม หรือ ด่า หรือ สนใจเลย บางคนก็ไม่หวั่นไหว...อยู่ต่อเพื่อสานฝันแม้ไม่มีใครใส่ใจเลยก็ตาม...บางคนก็ เสียกำลังใจหายไปเลยก็มี หรือไม่ก็ไปหาเวบที่เหมาะกับตัวเองและอยู่แล้วมีความสุขแทน ก็แล้วแต่ว่าใครจะพบเจอประสปการณ์แบบไหน แต่สิ่งหนึ่งที่แม้ไม่เข้าใจก็สามารถสื่อถึงกันได้คือ...***กำลังใจ***ค่ะ คงไม่ผิดนักหากจะขอใช้พื้นที่ในเวบแสดงออกถึงสิ่งที่คิด เพื่อความเท่าเทียมกันกับทุกคนและทุกกรณีที่กล่าวมาข้างต้น ท้ายสุดนี้ลาทีแต่ไม่ลาก่อน ฝากข้อคิด ของ ท่าน ชุติปัญโญ ไว้ว่า "ออกจากความคิดเป็น ความสุขสงบเย็นย่อมเป็นของเรา"
1 กรกฎาคม 2550 18:42 น. - comment id 96772
อยู่กันไปนานๆนะครับ ความสุขทางใจ ใครนิยมแบบไหนก็เสพย์แบบนั้น ปล กระทู้งดงามสร้างสรรค์ อ่านแล้วสบายใจ
1 กรกฎาคม 2550 19:14 น. - comment id 96773
สวัสดีจ้าคุณโคลอน....... ศรรกราก็เป็นคนหนึ่งที่สิงสถิตอยู่ บ้านกลอนนานพอสมควร ถึงแม้จะไม่นานเท่า เท่าเพื่อน ๆ สมาชิกอีกหลายคนก็ตาม แต่ศรรกรา ก็มีความรัก และเจตนาที่ดีต่อบ้านกลอนไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่น ถ้าจะพูดถึงการคอมเม้นท์ ทุกคนน่าจะรู้ กติการมารยาทให้การเขียน ศรรกเชื่อว่าเพเพื่อน ๆ ยอมรับฟังความคิดเห็น และคำชี้แนะ แต่มีคน จำพวกหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์จะออกนาม กลับมาทำร้าย ถ้าติเพื่อก่อ และชี้แนะแนวทางก็ว่าไปอย่าง แต่บางคนติ เยาะเย้ย ถากถาง เพื่อให้คนเขียนมีความรู้สึก บั่นทอนจิตใจ และล้า ไม่มีกำลังใจจะต่อสู้ น้อยคนนะคะ ทีเป็นแบบคุณโคลอน หลายครั้งที่เห็น เพื่อนสมาชิกเขียนบรรยายความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ศรรกราก็มักจะให้กำลังใจเขาเสมอ ไม่ใช่ว่าทำตัวเป็นนางเอก แต่ศรรกคิดว่าเป็นหน้าที่ของเพื่อนกลอนคนหนึ่ง ที่ต้องให้กำลังใจ และปกป้องเพื่อนเท่านั้น *****ศรรกราจึงต้องการชี้แจ้งแถลงให้ทราบกันค่ะ (¯`°.¸♥♥¯`°ศรรกราหน้าทะเล้น°´¯♥♥¸.°´¯)
1 กรกฎาคม 2550 22:18 น. - comment id 96775
สวัสดีครับ คุณ โคลอน ผมกวีปกรณ์ ก่อนอื่นอย่าเพิ่งตกใจไป ผมไม่เคยทำร้ายใครด้วยการติติงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งในกระทู้ของเพื่อน ๆ ด้วยกันแล้ว ยิ่งไม่เคย บอกตามตรง ตั้งแต่ตั้งกระทู้ครั้งแรกที่ผ่านมา ด้วยความหวังดีกับทุกคนในบ้านกลอน และด้วยใจรักที่แห่งนี้ ตั้งแต่คราวนั้นก็ทำให้ผมเสียกำลังใจไปเลยทีเดียว มาคราวนี้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า คำพูดของผม ไปทำร้ายใครคนไหน โดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกได้ถึงกระแสแห่งการต่อต้านผมพอดู ผมได้เงียบไป เพื่อรอดูว่าจะมีการยุติไหม ซึ่งผลก็กลับยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมบอกตามตรงว่า ไม่ได้แต่งกลอน หรือหยิบอะไรมาตอบโต้เลย ลงกลอนไปตามประสา แต่งไปด้วยความตั้งใจ อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ถ้าใครจะมากล่าวหาผม หรือว่าผม ผมถึงจะเสียใจ แต่ก็อภัยให้ได้ โดยอย่างยิ่ง คุณ พิมญดา (ขอโทษที่ยกชื่อนี้มาเกี่ยวข้อง) คือ ผมไม่เคยคิดตำหนิเธอใด ๆ เลยแม้แต่น้อย และไม่รู้ว่าไปสร้างปัญหาอะไรตอนไหน แต่พอมาอ่านที่เธอมาตอบกระทู้กลอนของผม บอกตามตรงผมยินดีรับคำขอโทษ แม้เธอจะไม่ผิด ผมมีมิตรภาพและรับกุหลาบทั้งห้าของเธอไว้ แต่คนอื่น ๆ จะคิดยังไง หรือตอบโต้ รุมทำร้ายด้วยสาดโคลนอักษรต่อไป ผมก็ไม่ว่า ถือว่า ผมทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้ว และอีกประการหนึ่ง ผมไม่ได้ต้องการ ต่อต้านการลงกลอนของใคร เพียงแต่ อยากให้เพื่อน ๆ มีน้ำใจให้กันมากยิ่งขึ้น ผมอ่านกระทู้ของคุณ ผมก็เคยเป็นครับ แต่งกลอนงู ๆ ปลา ๆ แต่ด้วยความตั้งใจ และฝึกฝน ก็ทำให้แต่งได้ดีขึ้น แม้ผมจะไม่ค่อยคอมเม้นท์ใคร แต่ผมก็แอบชื่นชมผลงานใคร ๆ อยู่หลายคน ด้วยนิสัยไม่นิยมการสนทนาผ่านกระทู้ เพราะรู้สึกเหมือนเป็นการสื่อสารที่ล่าช้า จึงทำให้ไม่นิยมคอมเม้นท์ แต่หากรู้จักผมดีแล้ว หรือเคยสนทนากันผ่านการแชท จะรู้ว่าผมไม่ได้คิดหรือทำลายใครด้วยอักษรที่รอนกำลังใจเลย หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ ผมขอบคุณที่คุณ โคลอน ลงกระทู้นี้ ผมก็หวังว่าจะพบกันคนละครึ่งทางและสร้างมิตรภาพที่ดีบ้าง ปล. ผมขอชื่นชมอย่างยิ่ง สำหรับวสุภาพสตรีที่ชื่อ พิมญดา ที่ออกมารับผิดชอบการกระทำทั้ง ๆ ที่ผมก็คิดว่า เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นที่กระทำอย่างโจ่งแจ้งแล้ว กลับเมินไปอย่างไร้ความรับผิดชอบนั้น ช่างน่าละอายยิ่ง หากเห็นว่าการกระทำของผมนั้นไม่สมควร หรือจะแบนกัน ผมก็ไม่ว่าอะไร เพียงแจ้งมาเท่านั้น ผมจะไปจากที่แห่งนี้ และหวังว่าบ้านกลอนหลังนี้จะสงบเมื่อไม่มีคนป่วนลานกลอนอย่างผม ขอบคุณที่อ่าน รักบ้านกลอนที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยมิตรภาพเสมอ
2 กรกฎาคม 2550 08:00 น. - comment id 96777
ขอบคุณค่ะ ***แทนคุณไท*** ขอบคุณข้อความดีๆที่ฝากไว้ด้วยค่ะ...อ่านแล้วรู้สึกดีเช่นกัน ***ศรรกกา***บางครั้งการที่เราได้แสดงออกไปบ้างถึงจุดยืนหรือความคิดของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ทำได้ค่ะ โคลอน ก็เคยทำอย่างงั้น แต่ก็เอาแค่พอเหมาะพอควรนะคะ ไม่งั้นเรื่องจะไม่จบ แถมยังยาวออกไปอีกด้วย ...เป็นกำลังใจให้นะคะ ***กวีปกรณ์***สวัสดีค่ะ...ก่อนอื่นก็ขอชี้แจงเหมือนกันค่ะว่า โคลอน ก็เห็นด้วยในความคิดของกวีปกรณ์ที่ สื่ออกมาค่ะ ว่า การโพสกลอนในจำนวนที่พอดีต่อวันนั้นเป็นเรื่องที่ถูก...เพราะหลายปีก่อนตอนที่ เวบ ยังไม่มีลูกเล่นมากนัก ก็เคยมีกรณีที่มีคนมาโพสกลอนเต็มหน้าจอ 20 บทต่อวันก็ยังมี และก็มีคนไปติติงกับเจ้าตัวโดยตรงแล้ว สักพักก็หายไป...และคิดว่า คงจะมีกรณีแบบนี้อีกเรื่อยๆ...แต่คนที่โพสกลอนลักษณะแบบนี้จะเป็นส่วนน้อยในบ้านกลอนไทยและก็จะหายไปตามกาลเวลาค่ะ...เช่นกันกับคนทีมาคอยป่วนกลอนคนอื่นก็เป็นคนส่วนน้อยแต่ทำให้คนหมู่มากเสียความรู้สึก เสียกำลังใจได้ บางคนพอตกอยู่ในสถาณการณ์ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งถูกติถูกป่วนหรือเรียกอีกอย่างว่าด่านั่นแหละค่ะ ก็เลยทำให้น้อยใจ หรือเสียความรู้สึกไปได้...เหมือนกับ โดน สองเด้งยังไงยังงั้น...พอต้องการตอบโต้คนที่มาป่วนก็เสี่ยงกับการไปกระทบคนที่ติเพื่อก่อ หรือ หวังดี เจตนาดีเข้า คนที่เข้ามาป่วนก็ลอยตัว เหมือนกับเค้าต้องการให้เป็นแบบนี้...ถ้าเราเงียบมันก็รู้สึกเหมือนถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวอีก อยากให้ กวีปกรณ์ อย่าคิดมากกับเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะ โคลอน เชื่อว่า ทุกคนแยกออกและเข้าใจว่า สิ่งที่ กวีปกรณ์ทำเป็นเจตนาดีที่ต้องการให้บ้านกลอนของเรามี ระเบียบ เพราะเมื่อคนมากขึ้นหากขาดระเบียบก็คงจะไม่ดีนัก อย่ามีใครที่ต้องจากไปจากบ้านกลอนเพราะความรู้สึกกดดันหรือความไม่เข้าใจกันอีกเลยค่ะ...ขอร้อง... สำหรับคนที่มาป่วนบ้านกลอนก็ปล่อยพวกเขาไป หากมีความสุขที่ทำให้คนอื่นเสียความรู้สึกหรือแตกแยกก็ปล่อยเขาทำไปค่ะ หากเราได้แสดงออกถึงจุดยืนแล้ว ต่อไปก็คงต้องหันหน้ามาทำความเข้าใจกับคนในบ้านกลอนไทยด้วยกันเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอีก...ตรงไหนที่พบกันครึ่งทางได้ก็ควรที่จะทำเนาะบ้านกลอนไทยจะได้น่าอยู่ขึ้น
2 กรกฎาคม 2550 08:05 น. - comment id 96778
เข้ามาบ้านกลอนไทยนานมากๆๆ เป็นสมาชิก เบอร์ 31 ตอนนั้นยังเป็นนักเรียนผูกคอซอง ได้เห็นวิวัฒนาการของบ้านกลอนมาตลอด ยังเชื่อมั่นในมิตรภาพที่มีในที่นี้ สวัสดีค่ะพี่โคลอน สบายดีนะคะ ยังจำกันได้ป่ะ ไม่ได้โพสแต่เข้ามาอ่านเสมอค่ะ
2 กรกฎาคม 2550 08:12 น. - comment id 96779
สวัสดีจ้า ผีเสื้อปีกบาง...จำได้เสมอไม่เคยลืมเลย... สบายดีจ๊ะยัง กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นไม่เกี่ยว เหมือนเดิม...อิอิ...ผีเสื้อปีกบางล่ะเป็นไงมั่ง... คิดถึงๆ ***ยังเชื่อมั่นในมิตรภาพเช่นเดิมจ๊ะ...เพราะความเชื่อมั่นทำให้เราไม่หวั่นไหว***
2 กรกฎาคม 2550 09:04 น. - comment id 96780
สวัสดีคะคุณโคลอน.....อ่านตั้งแต่วันแรก....แต่พิมยังไม่เม้นต้องรอเพื่อนๆๆก่อน อ่านแล้วพิมว่า.... ..ควรจบนะคะ..สงสารคุงศรรกรา..สงสารพี่น้องบ้านกลอน.....ที่สำคัญ..เจ้าของกระทู้คุณกวีปกรณ์...ถึงขนาดจะลาจากบ้านกลอน.. ...พิมคิดว่าคุงศรรกราเองก็ไม้ได้เจาะจงว่าคุณกวีปกรณ์....แต่เรื่องมันมาบรรจบกันพอดี นับแต่บทกลอนพิม....กระทู้คุณปกรณืกวี... กลอนคุณศรรกรา....และอีกหลายคนในบ้านกลอน...มองเจตนาพิมเห้นด้วยทั้งคุณกวีปกรณื..คุงศรรกรา..เพราะเราทุกคนรักบ้านกลอนอยากเห้นบ้านกลอนเป้นบ้านที่ดีที่สุด..คนเราอยู่หมู้มาก..มากคนมากความคิด พิมเข้าใจ.... หากเรามองด้านมุมกลับ..พอเกิดเหตุการณืแบบนี้ขึ้นมา..พิมมองเห้ฯ(ไม่รู้ทุกคนมองเห้ฯเหมือนพิมป่าว)มองเห้นพี่น้องบ้านกลอนทั้งสมาชิกเก่าใหม่ออกมากันมากมาย..แสดงให้เห้ฯว่าทุกคนหวงแหนบ้านหลังนี้..พี่ก็ยังเป้ฯห่วงน้องๆสมาชิกใหม่..ห่วงบ้านแม้ไม่ค่อยได้ลงกลอนหรือไม่ลงเลยแต่ก็ยังแวะมาอ่านเยี่ยมเยือน..(พิมมีพี่ๆๆสมาชิกเก่าแอคมาให้กำลังใจและชี้แจง..ด้วยที่ด้อยปัญญาทำให้วุ่นวายต้องขออำภัยด้วยเจ้าคะ)พิมเห้นการพัฒนาขึ้นไม่มีการแบ่งแยกเป้นฝักฝ่ายเอื้ออาทรกันเห้นตัวตนกัน.คุณกวีปกรณืคะ... อย่าน้อยใจไปเลยคะ...หลังคารั่วตรงไหนเห้ฯแล้วใช่ไหมคะ..มาช่วยกันอุดตรงรอยรั่วนะคะ...เรามาอุดร่วมมือกันให้ตรงจุดเวลาฝนตกจะได้ไม่รั่วอีกอย่างคุณไม่ต้องเมื่อยเหนื่อยคนเดียว..นะคะ...คนละไม้ละมือ..ทาสีใหม่ทำใจใหม่..(ทุกคนเลยเจ้าคะรวมทั้งพิมจอบป่วนอีกคน) คุณโคลอนเห้นด้วยไหมคะ....คุณกวีปกรณ์พิมยังคงให้คุณเพิ่มอีกหนึ่งดอกคะเป้นกี่ดอกแล้วรับแล้วเก้บไว้เผื่อวันหนึ่งพิมจะถามคุณว่า....พิมให้ดอกไม้คุณกวีปกรณ์ไปกี่ดอกแล้ว...เป้น6..แล้วนะเจ้าคะ จุ๊บๆนี่สำหรับคุงศรรกกราเปงกำลังใจ และอย่าน้อยใจเรายิ่งมีคนอารมณืดีน้อยอยู่ด้วยสิคะพิมอ่านกลอนคุณและการตอบเม้น ยิ้มทุกทีคะคนอารายน่าร๊ากซะไม่มีอะ หัวใจหนึ่งดวงมอบให้คุณโคลอนคะ ที่เชื่อมพวกเรามารวมใจเป้น1... ...พิมจัง.......พิมญดา......รักบ้านกลอน
2 กรกฎาคม 2550 10:25 น. - comment id 96781
อะไรที่ทำแล้วเป็นความสุข . . . ไม่ได้ทำร้ายใคร . . . เราจะทำ จะไม่สนใจ . . . อย่า ใส ใจ กับ คน บาง คน . . . ใจเป็นสุข ทุกอย่างก้อ " สุ ข " คนที่ชอบวิจารณ์มีความสุข ก็ทำต่อไป. . . ขอบคุณเจ้าบ้านที่เปิดเว็บ เพื่อให้สมาชิกเข้าเขียน สร้าง ความสุข ขอให้คุณมีความสุขเช่นกัน . . .
2 กรกฎาคม 2550 16:20 น. - comment id 96789
ขอบคุณค่ะ ***กานดา+พิมจัง+พิญดา***(เอาให้ครบเลยแระกัน........อื้ม...ค่ะ เห็นด้วยยังไงก็ขอให้หาจุดตรงกลางที่พอดีให้เจอแล้วกันเนาะ...ขอให้มิตรภาพที่ดีจงมีตลอดไปค่ะ ***ผีเสื้อสีน้ำเงิน*** ขอบคุณนะคะที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น%36
3 กรกฎาคม 2550 11:36 น. - comment id 96800
สวัสดีค่ะ..โคลอน น้ำผึ้งว่า...ทุกคนเลิกใส่ใจและกล่าวถึงดีกว่าค่ะ..ยิ่งมากเรื่องก็มากความ..นิ่ง..เงียบกันไปดีกว่า... ....เคยได้ยินไม๊คะ..ยิ่งพูดก็เหมือนตอกย้ำ..ยิ่งตอกย้ำไป..ก็ยิ่งเจ็บ ...และยิ่งทำให้แตกแยก.......เงียบๆกันดีกว่าเนอะ..
3 กรกฎาคม 2550 12:58 น. - comment id 96802
อืม........................... อาจจะจริงนะคะ...ตอนแรกที่โพสเรื่องนี้ไม่ได้คิดว่าจะยิ่งไปตอกย้ำหรือยิ่งทำให้แตกแยกแต่เชื่อเถอะค่ะ ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำแบบนี้ค่ะ ขอบคุณ น้ำผึ้งเดือนห้าที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นค่ะ