...ณ โรงพยาบาลศูนย์ ของมหาวิทยาลัย....หน้าห้องตรวจคลินิกเฉพาะโรคอา ยุรกรรม....วันนี้อินสวนมาในบทบาทของคนป่วยตามนัดของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ..นานๆทีจะได้นั่งสังเกตอะไรๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ป่วย ญาติ พยายบาล....พี่ พยาบาลที่ใจดีพยายามเข้ามาคุยด้วยและเชิญเข้าไปนั่งรอด้านใน..อาจารย์หมอมา เมื่อไหร่จะให้เจอกับท่านก่อน...."ขอบคุณครับพี่ วันนี้ขอแบบตามคิว เหมือนคน อื่นๆนะครับ"คนไข้เยอะเหลือเกิน ได้ยินคนเรียกคิว 120 อินสวนล้วงบัตรคิว ออกมาดู..142 คงอีกนานครับ ....นั่งมองคนโน้นคนนี้เพลินๆ มีภาพดึงดูดความ สนใจเข้ามา...หญิงชรามากคนหนึ่งดูผอมแห้งซูบเซียว....แต่งตัวซอมซ่อ เสื้อตัวหลวมๆสีมอๆผ้าถุงเก่าๆรองเท้าแตะ....ได้รับการประคองจากชายวัย กลางคน..ซึ่งแต่งกายซอมซ่อพอๆกัน...ชายคนนั้นพยายามมองหาเก้าอี้ว่าง และประคองหญิงชรามาใกล้ๆที่อินสวนนั่งอยู่.....อินสวนลุกและบอกให้แม่อุ้ย นั่งแทนที่..โดยเลี่ยงออกไปยืนอยู่ข้างๆ...จากการสนทนาพอเดาได้ว่าลูกชาย มาส่งแม่ตรวจรักษาโรค "แม่...เดี๋ยวแม่เล่าอาการให้หมอฟังให้หมดนะแม่นะ" แม่ก็บอกว่า...."เออๆแม่รู้แล้ว...ละแกไม่เข้าไปด้วยกันกับแม่หรือไอ้หนู" "ไม่ได้หรอกแม่เดี๋ยวหมอจะว่าเอา...ถ้าหมอเรียกหาญาติผมถึงจะตามเข้าไป" อินสวนยืนฟังการสนทนาแบบไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ได้ยินชัดเจนครับ แล้วในจังหวะนั้น..แม่ค้าก็หิ้วกระจาดมาขายของประเภท..ของกินขบเคี้ยว ขนม..และกล้วยแขก...แม่อุ้ยควักเอาห่อพลาสติกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วพยายามแกะ(แกคงรัดปากถุงไว้แน่นมาก) ในถุงมีธนบัตรเก่าๆหลายใบ เป็นแบงค์20 /50 และเห็นมีแบงค์ 100 อยู่ด้วย สัก 1-2 ใบ "ไอ้หนูเองชอบ กินกล้วยแขกไม่ใช่หรือ ตั้งแต่เช้าเองยังไม่กินอะไรเลย" แม่อุ้ยพูดพร้อมๆ กับเอ่ยปากซื่อกล้วยแขกจากแม่คา 1 ถุง 10 บาท ลูกชายแม่อุ้ยคงหิวจริงๆ คล้อยหลังแม่ค้าแกก็หยิบกล้วยแขกออกมากินอย่างอเร็ดอร่อย ลูกชายของแม่ อุ้ยคงทำงานหนัก ดูเล็บดูมือ ค่อนข้างด้านกระด้าง ฟันห่างและยื่นเหยิน แม่อุ้ยมองลูกชายกินกล้วยแขกด้วยแววตารักใคร่เหลือเกิน.....แล้วพยาบาลก็ เรียกคิว142 อินสวนเข้าไปพบอาจารย์หมอ...โดนดุเป็นกระบุงโกยในฐานะ ไม่รักษาสุขภาพให้เป็นแบบอย่าง.....พอกลับออกจากห้องตรวจ...ก็ถึงคิวแม่อุ้ย พอดี...อ้าวลูกชายแม่อุ้ยหายไปไหน...แม่อุ้ยดูจะวิตกกังวล...อินสวนเดินเข้าไป หา.."แม่อุ้ยมีอะไรให้ช่วยไหมครับ"....."ลูกชายข้าเจ้าไปเยี่ยว...ข้าเจ้าจะเข้าไป หาหมอกลัวมันมาหาไม่เจอ...ฝากถุงย่ามและกล้วยแขกไว้ให้มันหน่อย เดี่ยวมันคงมา"....อินสวนรับปาก สักครู่..ลูกชายของแม่อุ้ยก็กลับมา อินสวนส่งย่ามและถุงกล้วยแขกให้เขา "ขอบคุณครับ"พร้อมๆกับยกมือไหว้ อินสวนเลยนั่งคุยกับเขานิดหนึ่ง....แล้วถามว่า "ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่หรือ ทำไมไม่กินกล้วยแขกให้หมด....." "อิ่มแล้วครับ..ที่เหลือผมเอาเก็บว้ให้แม่" .........อินสวนเดินออกมาลานจอดรถด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก......ใจสั่นหวิวๆ เหมือนหิวข้าว....ร้อนๆขอบตาเหมือนจะร้องไห้.....ประมาณนั้น ขากลับบ้านผ่านแผงลอยขายกล้วยแขกริมทางเลยจอดซื้อ...กลับถึงบ้าน แม่สงสัย.."อะไรกัน..ซื้อกล้วยแขกมาทำไมตั้งเยอะแยะ...." อินสวนเลยตอบว่าก็เอามาแบ่งกันกินกับแม่ไงครับ.......แม่บ่นพอจับใจความได้ "บ้าหรือเปล่าวะเนี่ย....กินสามวันก็ไม่หมด........
10 ตุลาคม 2552 13:52 น. - comment id 108733
สิ่งที่ออกมาจากใจทั้งๆที่ไม่มีถ้อยคำยิ่งใหญ่แต่ก็ประทับใจผู้คนนะคะ
10 ตุลาคม 2552 14:02 น. - comment id 108734
โคลอนครับ ผมมักมีอาการอยากร้องไห้เสมอ ถ้าเห็นใครก้าวร้าวแม่ หรือแสดงความรัก ต่อแม่...แต่ผมก็มักดุแม่เสมอเวลาแม่ไม่ ยอมออกกำลังกาย
10 ตุลาคม 2552 14:06 น. - comment id 108735
ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอค่ะ หลานชายบอกว่าน้าเพียงพลิ้วขี้บ่นกว่ายายเสียอีกค่ะ อิอิ
10 ตุลาคม 2552 14:12 น. - comment id 108736
โอ๊ะ...ดีนะครับเพิ่งเป็นคุณน้าเอง ไม่ใช่คุงป้า......อินสวนเป็นลุงแล้วครับ
10 ตุลาคม 2552 14:15 น. - comment id 108737
ได้เป็นคุณน้าของเด็กชายตัวโต 2 คน ได้เป็นคุณป้าของเด็กชายขวบครึ่ง 1 คน ได้เป็นคุณอาของเด็กหญิงขวบครึ่งหนึ่งคนค่ะ คงไม่ได้เป็นแต่คุณแม่ค่ะ
10 ตุลาคม 2552 14:19 น. - comment id 108738
เป็นคุณแม่...เมื่อไหร่บอกด้วยนะครับ แต่ถ้ายังเป็น...หัวหน้าแกงค์ 5 จอมนางอยู่ ...จอมบงการ...นี่หนักอยู่นะครับ ...คริๆ
10 ตุลาคม 2552 15:48 น. - comment id 108739
อ่านแล้วคิดถึงแม่จังเลยค่ะ คุณอินสวนเขียนเรื่องราวได้น่าประทับใจมากนะคะ
10 ตุลาคม 2552 17:19 น. - comment id 108741
ความรักและความห่วงใย ในโลกและจักรวาลไม่มีสิ่งใดจะเทียมเท่า แม้เสี้ยวหนึ่งของสายใยรักแห่งแม่ได้
10 ตุลาคม 2552 17:41 น. - comment id 108743
คุณอนงค์นางก็โทรศัพท์หาท่านซีครับ หอมแก้มคุณแม่ทางไกลครับ
10 ตุลาคม 2552 17:42 น. - comment id 108744
ขจรปฐวีครับ ถูกต้องแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับที่ทักทาย
10 ตุลาคม 2552 19:27 น. - comment id 108757
..... อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะพี่อินสวน พูดไม่ออกคะ
10 ตุลาคม 2552 19:33 น. - comment id 108758
หลังเลิกงานทุกวัน 17.50 คือเวลาที่น้องเดินทางมาถึงท่าน้ำสี่พระยา พอลงจากรถ สิ่งแรกที่ทำ หาที่นั่งและยกโทรศัพท์โทรหาแม่ น้องจะคุยกับแม่แบบนี้ทุกๆวัน ถามแม่ทานข้าวหรือยัง ฝนตกมั้ย แล้วพี่ๆ ทำอะไรให้แม่ทานบ้าง แล้วจะชวนท่านคุย แต่เรื่องสนุกๆ ให้เขามีความสุข แม่จะคอยถามกลับเสมอว่า "อย่าห่วงแม่ แม่สบายดี ห่วงตัวเองให้มากๆ แม่ยังแข็งแรง ขอเพียงได้ยินเสียงลูก ไม่ต้องมาหาแม่ ก็ต่อชีวิตให้แม่ได้อีกหลายปีแล้ว" ความหวังของผู้ให้กำเนิด ไม่ได้หวังอะไรจากลูกมากมาย เพราะแม่เป้นผู้ให้เอยู่แล้ว อืมม นานๆพี่หมอจะลงเรื่องสั้น ทำให้น้ำตาริ้นเลยค่ะ คิดถึงทั้งพ่อ และแม่
10 ตุลาคม 2552 19:52 น. - comment id 108759
ไม่รู้ทำไมน้ำตาไหลออกมาเฉยๆ พูดอะไรไม่ออกค่ะ
10 ตุลาคม 2552 20:18 น. - comment id 108760
คิดถึงแม่จังค่ะ อยากกอดแม่...
10 ตุลาคม 2552 23:34 น. - comment id 108765
หลากหลายเรื่องราวในโรงพยาบาลนะคะ มีเรื่องเล่าจาก รพ. แห่งหนึ่งที่ศรีราชา แผนกอายุรกรรม จะมีคนไข้รายหนึ่ง ป่วยหนักมาก ญาติผู้มาเฝ้าส่ง สายตามายังหมอ และพยาบาลด้วยความหวัง เวลาพักกลางวัน พวกเค้าจะ ล้อมวงทานข้าวด้วยกัน วันนั้นพยาบาลได้เดินผ่าน และทักทายตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นปกติของเธอเมื่อเดินผ่านได้ยิ้มแย้ม และทักทายต่อญาติผู้ป่วย "วันนี้ทานอะไรกันคะ น่าอร่อยเชียว" ญาติผู้ป่วยซึ่งเป็นหญิง ตอบว่า "ปลาต้มส้มค่ะ กินด้วยกันมั๊ย" ด้วยความมีน้ำใจ เธอจังแจง ตักปลาในปิ่นโต ส่งให้ พยาบาลสาวมองสายตาทุกคู่ที่ส่งมา ด้วยความรักและปรารถนาดี เธอต้องรับปลาชิ้นนั้นและส่งเข้าปาก หากถามว่ารสชาดเป็นเช่นไร เธอตอบไม่ได้ แต่เธอบอกว่า มันน่าจะอร่อยที่สุดในโลก เพราะมาจากคนที่มอบให้เธอด้วยไมตรี "อร่อยค่ะ แหม...ขอบคุณค่ะ ไว้วันหลังจะแวะมาทานด้วยอีกนะคะ" พยาบาลสาวเธอไม่ติดใจอะไรอีก อาทิตย์ต่อมา ผู้ป่วยรายนั้นอาการดีขึ้นมาก พยาบาลคนเดิมเดินผ่านกลุ่มญาติผู้ป่วยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ทุกคนล้อมวงกันพูดคุย แต่....หญิงสูงอายุดูเหมือนจะเป็นแม่ผู้ป่วย ได้ส่งปิ่นโตอาหารให้คุณพยาบาล เป็นปลาต้มส้ม เธอพูดไม่ออกเลยค่ะ และเป็นช่วงที่ปรางไปเที่ยวเยี่ยมเธอพอดี เธอเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาเชียวค่ะ ก็มาเล่าสู่กันฟังนะคะ
11 ตุลาคม 2552 02:54 น. - comment id 108769
ฉางน้อยครับ สบายดีนะครับ ติดตามฉางน้อยอยุ่ครับ
11 ตุลาคม 2552 02:57 น. - comment id 108770
น้องแบมครับ การปฏิบัติต่อพ่อ-แม่ทำให้ท่านมีความสุขถือเป็นมงคลชีวิตครับ..ดีใจจังที่มีเพื่อนน่ารัก แบบน้องแบมครับ
11 ตุลาคม 2552 02:58 น. - comment id 108771
แมงกุ๊ดจี่ครับ กอดแม่หรือครับ เรากอดท่านได้ทุกวันครับ โทรศัพท์ไปกอดท่านได้ครับ
11 ตุลาคม 2552 02:59 น. - comment id 108772
สวัสดีครับปรางทิพย์ จะเป็นเรื่องราวของความประทับใจอีกแบบหนึ่งนะครับ...มีความสุขมากๆนะครับ
11 ตุลาคม 2552 12:04 น. - comment id 108776
กล้วยย อาหย่อยไหมล่ะครับ เอาไปกิน อะไรครับ ตั้ง 3 วัน ผมว่า กินวันเดียวก้หมดครับ แต่อย่าให้ผมกินนะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่า ลิงดีๆ นี่เอง
11 ตุลาคม 2552 14:02 น. - comment id 108780
กวีน้อย.... ทักทายกันด้วยความสดใสทุกเมื่อ ยังไงๆพี่ก็ชอบรอรักใต้ต้นหมากเม่าครับผม
11 ตุลาคม 2552 22:17 น. - comment id 108790
ความรักของแม่..คือแก่นแท้ของความรักอัน ยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ
11 ตุลาคม 2552 23:50 น. - comment id 108797
ผมอ่านแล้วน้ำตาไหลครับ ยิ่งกว่านั้น ก็อดนึกสงสารคนขายกล้วยแขกไม่ได้ด้วย เวลาเห็นหาบเร่แผงลอยเมื่อไหร่ ใจผมมันหดหู่เสมอครับ อยากจะเหมาให้หมดกระบุงเสียทุกครั้งไปครับ
12 ตุลาคม 2552 05:09 น. - comment id 108799
สวัสดีครับเทียนหยด บางครั้งผมชอบน้อยใจว่าแม่รักน้องชาย มากกว่า...แม่จะเป็นคนค้ำประกัน เงินกู้จากผมไปให้น้องเสมอครับ นับครั้งไม่ถ้วนเลยครับ
12 ตุลาคม 2552 05:10 น. - comment id 108800
ลำน้ำน่านครับ คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้บ่อยๆใช่ไหมครับ คุณน่ารักมากครับ
13 ตุลาคม 2552 19:44 น. - comment id 108853
ตื้นตันจนน้ำตาไหล....รักของแม่ิยิ่งใหญ่เสมอ....
13 ตุลาคม 2552 20:30 น. - comment id 108856
คุณแม่ของครูกระดาษทราย ชอบให้ทานกล้วยแขก เพราะไม่มีผงชูรส และเป็นอาหารที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ พี่ที่ทำงานเคยเล่าว่า ตอนเป็นเด็ก ๆ พี่เขามีพี่น้องหลายคน พอมีคนมาขายกล้วยแขก แม่ก็พาหลบ ไม่ให้ลูกร้องกิน ตอนนี้พี่เค้าเงินเดือน สี่หมื่นกว่าบาทแล้ว ครุกระดาษทรายชอบถามพี่เค้าว่า กินกล้วยแขกไหมพี่โอ้ พี่เค้าก็จะหัวเราะทุกทีเลย